ในปัจจุบันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังประสบภัยธรรมชาติมากขึ้น
เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมอันส่ง
ผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในภูมิภาคจากภัยธรรมชาติที่มีหลากหลายรูปแบบ
ซึ่งภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นนั้นจัดเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ
การเกิดภัยธรรมชาติแต่ละครั้งสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก การเกิดขึ้นของภัยพิบัติต่าง
ๆ เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ภัยแล้ง ภัยจากอากาศร้อนจัดภัยจากอากาศหนาวจัด
ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว สึนามิ ฯลฯ ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติโดยรวม
เช่น การเกิดภัยพิบัติจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่อินโดนีเซีย
เขตปกครองพิเศษอาเจะห์ ในปี ค.ศ. 2004 เหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิส
ประเทศพม่า ในปี ค.ศ. 2008 และวิกฤติมหา-อุทกภัย
อาเซียน ในปี ค.ศ. 2011 ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ
และสูญเสียชีวิตไปจำนวนมาก
แผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียนปี ค.ศ. 2009-2015 กล่าวถึงความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติไว้ในเสาหลักด้านประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน
B5 ประกอบด้วย
กิจกรรมเกี่ยวกับการประสานงานระหว่างทหารและพลเรือนในการตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
การจัดทำมาตรฐานวิธีปฏิบัติสำหรับการเตรียมความพร้อมระดับภูมิภาคการประสานงานร่วมด้านการบรรเทาภัยพิบัติ
และการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน
การเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติของอาเซียนและเสาหลักด้านประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
รวมถึงการพัฒนายุทธศาสตร์สำหรับการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม
และความร่วมมือด้านการบรรเทาภัยพิบัติ
และเสาหลักด้านประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนข้อ B7 กล่าวถึงมาตรการในการดำเนินการตามความตกลงอาเซียนฯ
ภายใน ปี ค.ศ. 2015 การสนับสนุนการจัดตั้งและการดำเนินงานของ
ศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (ASEAN
Coordinating Centre for Humanitarian Assistance--AHA Centre)
การเสริมสร้างขีดความสามารถในสาขาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนการสร้างเครือข่ายอาเซียนเพื่อแบ่งปันข้อมูล
การส่งเสริมความตระหนัก
และการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและพร้อมรับมือภัยพิบัติในชุมชน
(วิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, 2558) ภาวะอุทกภัย พายุมรสุม พายุไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด
เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประเทศที่ประสบภัยพิบัติจึงได้เกิดการลงนามในปฏิญญาอาเซียนและจัดตั้ง
“คณะกรรมการ-จัดการพิบัติภัยอาเซียน (ASEAN
Committee on Disaster Management--ACDM)” ค.ศ. 2003 ประกอบด้วย
ตัวแทนจากรัฐสมาชิกอาเซียนในระดับหัวหน้าหน่วยงานหรือองค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพิบัติภัยต่าง
ๆ ทั้งที่เกิดโดยธรรมชาติและที่เกิดโดยมนุษย์
มีหน้าที่รับผิดชอบประสานจัดการงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องในอาเซียนในเรื่องการช่วยเหลือและฟื้นฟูเหตุวินาศภัยต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคทางด้านแจ้งเตือนภัย
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะช่วยให้ลดการสูญเสียจึงทำให้ประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนทั้งหมด
ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว สิงคโปร์
และบรูไน ได้เล็งเห็นปัญหา
และร่วมมือกันสร้างกรอบการทำงานบริหารจัดการภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียน
ภายใต้กรอบการดำเนินงานนี้จะมีการพัฒนาความตกลงในภูมิภาคว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติ
และการทำงานในภาวะฉุกเฉิน
พัฒนามาตรฐานการทำงานช่วยเหลือในยามเกิดภัยพิบัติตามความตกลง
เสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของคณะทำงานในแต่ละประเทศสมาชิกเพื่อช่วยเหลือแบบฉุกเฉินฉับพลันในยามเกิดภัยพิบัติและจัดกิจกรรมซ้อมรับมือภัยพิบัติในอาเซียนอย่างสม่ำเสมอ
ดร.สุปรีชา หิรัญบูรณะ
11 กรกฎาคม พ.ศ.2561